มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เพลง Shundi Liu Zhin

สนาม: โซโซพีเดีย

บทนำ: ก็ต้องออกตัวก่อนนะว่า มีส่งไปในหลายๆ เทศกาล ซึ่งก็ไม่ได้รับการตอบรับ แต่ก็ไม่ท้อนะ แต่พอมาถึงเทศกาลนี้ถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจมากๆ ก่อนหน้านั้นคือพี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ) โทรมาบอกว่าหนังได้เข้าฉายในเทศกาลนี้และตัวตั๊กได้เข้าชิงในรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ จากนั้นก็ได้รับการคอนเฟิร์มจากพี่ทองดี(โสฬส สุขุม) ซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องสายงานเทศกาลต่างๆ ว่าเป็นเรื่องจริง ที่ดีใจกว่านั้นคือหนังได้เข้าไปชิงในรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ เท่ากับว่าคณะกรรมการที่คัดเลือกเขาดูโปรไฟล์ตั๊กถึงรู้ว่านี่คือหนังเรื่องแรกที่ตั๊กกำกับเต็มตัว...

อู๋หรง

สนาม: Zhangzhou News Net

บทนำ: บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น

slotxo bmx1️⃣LOOK618
7nh | <动态当天时间> | อ่าน(650) | แสดงความคิดเห็น(796)
จากการสอบถามนายใจยา บุตรธา อายุ 52 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ทราบว่า ก่อเกิดเหตุครอบครัวอยู่กันที่บริเวณหน้าบ้าน โดยลูกสาวอาบน้ำอยู่หลังบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้น ซึ่งยังเสียบปลั๊กไฟชาร์จแบตเตอรี่อยู่【อ่านข้อความเต็ม】
ezn | <动态当天时间> | อ่าน(446) | แสดงความคิดเห็น(197)
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและชาวชุมชนบางบัว จึงจะเดินทางไปร้องเรียนต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบผู้บริหาร รฟม และ รมวคมนาคม ว่าใช้อำนาจกระทำการในทางที่ชอบด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยของเอกชนหรือไม่ โดยจะเดินทางไปในวันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 1030 น ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล ตึก กพรเดิม ถพิษณุโลก เขตดุสิต กทม【อ่านข้อความเต็ม】
2yx | <动态当天时间> | อ่าน(249) | แสดงความคิดเห็น(879)
อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
0vf | <动态当天时间> | อ่าน(25) | แสดงความคิดเห็น(789)
อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
wv0 | <动态当天时间> | อ่าน(1) | แสดงความคิดเห็น(14)
ผู้ว่าฯกทมสั่งทุกเขตเกาะติดพายุฤดูร้อน25เมยนี้ 23 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:45 น 【อ่านข้อความเต็ม】
dzn | 2021-09-18 | อ่าน(5) | แสดงความคิดเห็น(37)
วิษณุ ยัน สนชมีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทชที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก พท-ปชป ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนชตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช เพื่อเสนอที่ประชุม สนชประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนชมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนชเพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนชมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนชไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทชใหม่ได้ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทชให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกตได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนชออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนชและกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนชมีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนชมาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2สนชทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พศ2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนชมีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทชครั้งนี้จริงหรือไม่ กสทชมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก การสรรหา กสทชจึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทชที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง นายองอาจกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
x0p | 2021-09-18 | อ่าน(733) | แสดงความคิดเห็น(782)
บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น【อ่านข้อความเต็ม】
zkp | 2021-09-18 | อ่าน(175) | แสดงความคิดเห็น(823)
บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น【อ่านข้อความเต็ม】
xhz | 2021-09-18 | อ่าน(818) | แสดงความคิดเห็น(598)
22 เมย2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม【อ่านข้อความเต็ม】
kd1 | 2021-09-17 | อ่าน(762) | แสดงความคิดเห็น(938)
บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น【อ่านข้อความเต็ม】
vrf | 2021-09-17 | อ่าน(499) | แสดงความคิดเห็น(816)
บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น【อ่านข้อความเต็ม】
c1n | 2021-09-17 | อ่าน(582) | แสดงความคิดเห็น(335)
โอ่!ปฏิรูปตรจบแน่ วิษณุ ลั่นมีชัยชุดสุดท้าย/บิ๊กสร้างจ่อดันโยกย้ายเข้า ครม 23 เมษายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
pew | 2021-09-17 | อ่าน(997) | แสดงความคิดเห็น(349)
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและชาวชุมชนบางบัว จึงจะเดินทางไปร้องเรียนต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบผู้บริหาร รฟม และ รมวคมนาคม ว่าใช้อำนาจกระทำการในทางที่ชอบด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยของเอกชนหรือไม่ โดยจะเดินทางไปในวันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 1030 น ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล ตึก กพรเดิม ถพิษณุโลก เขตดุสิต กทม【อ่านข้อความเต็ม】
1gx | 2021-09-16 | อ่าน(402) | แสดงความคิดเห็น(609)
มือปืนเปลือยกราดยิงร้านอาหารเทนเนสซี ดับ 3 เจ็บ 4 22 เมษายน พศ 2561 เวลา 20:07 น มือปืนเปลือยกายใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมเออาร์-15 บุกเข้าไปสาดกระสุนสังหารผู้คนในร้านอาหารแห่งหนึ่งชานเมืองแนชวิลล์ของสหรัฐ เมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ เหยื่อเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 4【อ่านข้อความเต็ม】
1zr | 2021-09-16 | อ่าน(598) | แสดงความคิดเห็น(105)
โมรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์แรกในอาชีพหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายอีก 3 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ เฉือนสองสาวเกาหลีใต้ ปาร์ก อิน บี และ โค จิน ยัง สองสโตรค ในรายการแอลเอ โอเพ่น ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-19

cq9 ทาง เข้า1️⃣LOOK618| sagame6699 เข้า ระบบ 1️⃣2021| xo slot69 1️⃣2021| vegas slot 8881️⃣M98| slot gaming 661️⃣LOOK618| slot69961️⃣M98| star 918kiss1️⃣M98| สล็อต ค่า สิ โน 7771️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 20201️⃣LOOK618| 222 joker 1️⃣2021| สล็อต สมัคร 10 ได้ 1001️⃣LOOK618| เกม สล็อต พี จี1️⃣M98| sagame6699 เข้า ระบบ 1️⃣2021| pg slot รับ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| sexzy66 1️⃣2021| star joker slot1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น wm1️⃣LOOK618| fafa212 เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝากสล็อต โจ๊ก เกอร์ 123 1️⃣2021| spin999 com สมัคร1️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 25631️⃣LOOK618| โปร ทุน น้อย slotxo1️⃣LOOK618| vip 777 game1️⃣M98| ufa ฝาก 100 ฟรี 100 ไม่ ต้อง ทํา เท ริน 1️⃣2021| สล็อต โจ๊ก เกอร์ 6781️⃣M98| pg slot 888asia1️⃣M98| xo 123 1️⃣2021| ทดลอง เล่น slot pg1️⃣M98| บา คา ร่า 791️⃣M98| joker168game1️⃣M98| mb slotxo 1️⃣2021| jokerslot99v11️⃣M98| สมัคร 20 ฟรี 1001️⃣M98| โหลด แอ พ รับ เครดิต ฟรี 1001️⃣M98| ทาง เข้า lucky771️⃣LOOK618| สล็อต ออนไลน์ w88 1️⃣2021| slot pp ทดลอง เล่น 1️⃣2021| ดาวน์โหลด 918kiss เวอร์ชั่น ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| joker เครดิต ฟรี 50 ไม่ ต้อง แชร์ ล่าสุด 1️⃣2021| slotsuper เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| มาเฟีย 168 vip1️⃣LOOK618| slot ค่าย fc 1️⃣2021| fin881️⃣M98| ฟรี เครดิต ใหม่ ล่าสุด1️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี เครดิต 20201️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด สล็อต joker1231️⃣M98| slotxo 555 1️⃣2021| slotxo 918kiss1️⃣M98| เล่น บา คา ร่า ออนไลน์ 1️⃣2021| เสือ มังกร คา สิ โน 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา xo1️⃣LOOK618| slotxo 918kiss1️⃣M98| slot00071️⃣M98| จี คลับ คืน ยอด เสีย1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 วอ เลท 9181️⃣LOOK618| สล็อต ยิง ปลา เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| joker ฝาก 29 รับ 100 1️⃣2021| ค่า สิ โน ออนไลน์ evo1️⃣LOOK618| g9 slot xo1️⃣M98| joker slot ฝาก 20 รับ 1001️⃣M98| ทดลอง slot pg1️⃣M98| mafia 777 slot1️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ 9181️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด live22 1️⃣2021| 29 รับ 100 วอ เลท1️⃣M98| โปร slotxo1️⃣LOOK618| youlike191 สล็อต 1️⃣2021| ค่า สิ โน ออนไลน์ 8881️⃣LOOK618| บา คา ร่า ออนไลน์ pantip1️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา แตก ง่าย1️⃣M98| เว็บ 123plus 1️⃣2021| ไลน์ lucabet888 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 100 ทํา ยอด 200 1️⃣2021| สล็อต จ่าย จริง1️⃣M98| winner slot1681️⃣M98| slotxo login 1️⃣2021| pg ฝาก 19 รับ 1001️⃣LOOK618| slotxo bonus1️⃣LOOK618| ฝาก 10 บาท ฟรี 1001️⃣LOOK618| ไลฟ์ สด บา คา ร่า1️⃣LOOK618| สล็อต ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ 1️⃣2021| วง ล้อ ส ปิ น เกม หมู1️⃣M98| ยืนยัน เบอร์ รับ เครดิต ฟรี 300 ล่าสุด 1️⃣2021| เครดิต ฟรี คา สิ โน 20201️⃣LOOK618| slotxo3261️⃣M98| mgm99you1️⃣M98| แอ ป คา สิ โน 1️⃣2021| เว็บ พนัน บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| โปร โม ชั่ น เว็บ คา สิ โน1️⃣M98| แจก user ทดลอง เล่น ฟรี 2501️⃣M98| เครดิต ฟรี 100 ถอน ได้ 2018 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| เข้า สู่ ระบบ โจ๊ก เกอร์1️⃣M98| สล็อต นาง เงือก1️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ ที่ ได้ เงิน 1️⃣2021| ฟรี สล็อต1️⃣LOOK618|